บทความ

  *ฟอกรอบที่ 1 ใช้ บลีชชิ่ง 15 กรัม และ ไฮโดรเจน 9% ปริมาณ 50 กรัม ผสมกัน แล้วฟอกผม โดยเว้นโคนผม
   ทิ้งระยะเวลา 40 นาที หลังจากนั้น รูดเนื้อครีมฟอกออก โดยไม่ต้องไปล้างเส้นผม 
 
  *ฟอกรอบที่ 2 ใช้ บลีชชิ่ง 15 กรัม และ ไฮโดรเจน 9% ปริมาณ 50 กรัม ผสมกัน แล้วฟอกผม โดยเว้นโคนผม
   ทิ้งระยะเวลา 40 นาที หลังจากนั้น รูดเนื้อครีมฟอกออก โดยไม่ต้องไปล้างเส้นผม

  *ฟอกรอบที่ 3 ใช้ บลีชชิ่ง 15 กรัม และ ไฮโดรเจน 6% ปริมาณ 50 กรัม ผสมกัน แล้วฟอกผม โดยเว้นโคนผม
   ทิ้งระยะเวลา 15นาที สังเกตุว่า โคนผม สีสม่ำเสมอกับปลายผม

  *วิธีย้อม คือ แบ่งผมเป็นช่อๆ เริ่มย้อมจากช่อด้านล่างก่อน โดยย้อมตั้งแต่โคนผม ถึงปลายผมได้เลย โดยเช็คให้ดีว่า เนื้อครีมย้อมเกลี่ยได้ทั่วเสมอกัน และชุ่มพอ จากนั้นทิ้งระยะเวลาไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และบำรุงด้วย แคร์บิว เคราติน แฮร์ ทรีทเม้นท์

*คำแนะนำหลังทำสี
• ควรหลีกเลี่ยงการสระผมโดยใช้น้ำอุ่นมากๆ
• หลีกเลี่ยงการเป่าไดร์และหนีบผมโดยใช้ความร้อนสูง และฉีด แคร์บิว เคราติน ลีฟออน แฮร์สเปรย์ก่อนทุกครั้ง
• หลีกเลี่ยง น้ำทะเล
• หลังสระผม ควรใช้ แคร์บิว เคราติน แฮร์ ทรีทเม้นท์ ทุกครั้ง
• ปิดท้ายด้วยการใช้แคร์บิว เคราติน แฮร์ เซรั่ม ลูบเส้นผม เพื่อล็อคความเงางาม

 

 

 

 

*วิธีย้อม คือ แบ่งผมเป็นช่อๆ เริ่มย้อมจากช่อด้านล่างก่อน โดยย้อมตั้งแต่โคนผม ถึงปลายผมได้เลย โดยเช็คให้ดีว่า เนื้อครีมย้อมเกลี่ยได้ทั่วเสมอกัน และชุ่มพอ จากนั้นทิ้งระยะเวลาไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และบำรุงด้วย แคร์บิว เคราติน แฮร์ ทรีทเม้นท์

*คำแนะนำหลังทำสี
• ควรหลีกเลี่ยงการสระผมโดยใช้น้ำอุ่นมากๆ
• หลีกเลี่ยงการเป่าไดร์และหนีบผมโดยใช้ความร้อนสูง และฉีด แคร์บิว เคราติน ลีฟออน แฮร์สเปรย์ก่อนทุกครั้ง
• หลีกเลี่ยง น้ำทะเล • หลังสระผม ควรใช้ แคร์บิว เคราติน แฮร์ ทรีทเม้นท์ ทุกครั้ง
• ปิดท้ายด้วยการใช้แคร์บิว เคราติน แฮร์ เซรั่ม ลูบเส้นผม เพื่อล็อคความเงางาม

 

  *วิธีย้อม คือ แบ่งผมชั้นละประมาณ 1 ซม. เวลาวางลายเส้น เส้นขอบจะวางเส้นใหญ่หน่อยและเส้นที่จะวางชนกันจะวางเล็กหน่อย เพราะเวลามาชนกันก็จะใหญ่ การห่อฟอยล์ จะช่วยเพิ่มอุณหภูมิของระดับการ Bleaching อุณหภูมิสามารถเพิ่มความสว่างของ Bleaching ในแต่ระรอบ ชั้นแรกจะแบ่งเป็น 2 ช่อ ชั้นที่2 เราแบ่งเป็น 3 ช่อ เพื่อให้เส้นของบาลายาจสับหว่างกัน ใช้เทคนิคทำไฮไลท์ช่วงกรอบบนเพื่อให้ลายเส้นดูชัดเจนขึ้น หลังจากลงสีเสร็จทิ้งไว้ 45 นาที แล้วล้างออกด้วย แคร์บิว เคราติน แชมพู แล้วป้องกันผมจากความร้อนด้วย แคร์บิว ลีฟ ออน แฮร์ เคราติน สเปรย์
  *วิธีย้อม คือ จะแบ่งผมเป็น 4 ช่อ และเริ่มลงสีจากช่วงโคนผม ช่วงโคนผมจะลงแค่ประมาณ 1 นิ้ว ลงโคนทั้งหมดแล้วค่อยมาลงช่วงปลายสับหว่างกัน 2 สี ขั้นตอนต่อไปจะลงสีสลับกันเพื่อเพิ่มประกายและมิติให้กับเส้นผม แบ่งผม 1ซม. ลงในแนวตั้งก็จะลงสีเข้มและก็สลับกับสีสว่างสลับกันไปเรื่อยๆ หลังจากลงสีเสร็จทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด บำรุงผมด้วย แคร์บิว แฮร์ ทรีทเม้นท์ เคราติน ตามด้วย แคร์บิวเคราติน เคลือบแก้ว ลีฟ ออน แฮร์ สเปรย์ และ แคร์บิว แฮร์ เซรั่ม เคราติน

*คำแนะนำหลังทำสี
-ไม่ว่าจะผ่านการฟอกหรือทำสี(ไม่ฟอก) ให้หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่มี PHสูงๆ PH ที่เป็นด่างจะทำให้สี fade เร็วขึ้น
-การลงน้ำทะเลและลงสระว่ายน้ำ
-ผมทำสีไม่ฟอก ความร้อนไม่เกิน 190 องศา
-ผมฟอก ความร้อนไม่เกิน 160 องศา
  *วิธีย้อม คือ สีแรกที่จะลงคือสีเทา ลงที่โคนผมเราจะแบ่งผมไม่หนามากแบ่งผมประมาณ 1 ซม. ส่วนวิธีการไล่เฉดสีเราจะแบ่งเป็นแนวนอนแล้วเพ้นท์ถึงแค่กลางผม จะลงตั้งแต่โคนลงมาเลย เราสามารถหวีผมเพื่อเป็นการเบลนด์สี เพื่อไม่ให้เกิดรอยข้อต่อ ต่อไปจะมาลงตรงปลายที่เป็นสีม่วงเราลงตรงโคนไว้แล้วสามารถลงปลายได้เลย แต่เราต้องพยายามเบลนด์ตรงรอยข้อต่อให้ดีๆ แต่ห้ามเกินไปมากและก็ห้ามไม่ถึง ไม่งั้นจะไม่เชื่อมกัน หลังจากลงสีเสร็จทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างผมด้วยน้ำสะอาด บำรุงผมด้วย แคร์บิว แฮร์ ทรีทเม้นท์ เคราติน ตามด้วย แคร์บิวเคราติน เคลือบแก้ว ลีฟ ออน แฮร์ สเปรย์ และ แคร์บิว แฮร์ เซรั่ม เคราติน

*วิธีดูแลเส้นผม ความร้อนต้องใช้องศาให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงความร้อนมากๆไม่งั้นสีผมจะหลุด และลอกเร็ว
         คุณคิดว่าช่องปากของคุณสะอาดจริงหรือไม่?  
       4 ทริกปากสะอาด เฟรชทั้งวัน อยากปากสะอาด ลมหายใจหอมสดชื่น มาดูเคล็ดลับช่วยให้ช่องปากสุขภาพดีทั้งเหงือกและฟันกันดีกว่า
     
      1
. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันสมุนไพรผสมฟลูออไรด์ในตอนเช้าและก่อนนอน โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนนอนเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก เนื่องจากขณะนอนหลับ                ภายในช่องปากจะมีน้ำลายหลั่งน้อย เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดีกว่าปกติ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ  โดยสำหรับคนที่จัดฟัน หรือเจอมื้อหนักตอนกลางวัน   แนะนำให้แปรง              ฟันระหว่างวันด้วย  เพราะการแปรงฟันระหว่างวัน จะช่วยป้องกันปัญหาเรื่องกลิ่นปาก ช่วยให้ปากสะอาดสดชื่น และช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุได้อีกด้วย 
      2. แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที เพื่อให้การแปรงฟันสะอาดทั่วถึง ทุกซี่ ทุกด้าน และเพื่อให้ฟลูออไรด์ในยาสีฟันจับกับเคลือบผิวฟัน เพื่อป้องกันฟัน         
      3. เลี่ยงการทานอาหารจุกจิกหลังแปรงฟัน หลังแปรงฟันควรเลี่ยงการทานจุกจิกอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อลดการเกิดจุลินทรีย์ในช่องปาก และเพื่อประสิทธิภาพในการเคลือบฟันของ          ฟลูออไรด์ เนื่องจากเมื่อเราทานอาหารเข้าไป  ฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่เคลือบอยู่จะทำปฏิกิริยากับฟันและถูกลบล้าง เป็นการลดโอกาสที่ฟลูออไรด์จะต่อสู้โรคฟันผุไปด้วย                               
      4. ใช้ยาสีฟันสูตรสมุนไพรผสานฟูลออไรด์  สมุนไพรกว่า 10 ชนิด มีสรรพคุณ                                                                      
         *ช่วยให้ปากสะอาดยับยั้งแบคทีเรีย
         *ช่วยกำจัดกลิ่นปากให้ลมหายใจหอมสดชื่น
         *ฟันขาวสะอาด
         *ลดปัญหาโรคเหงือก
         *ลดการสะสมของคราบพลัค คราบหินปูน
         *มีฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ และทำให้ฟันแข็งแรง                                          
   

     กลิ่นปาก นอกจากจะบ่งบอกถึงความสะอาดแล้ว อาจเป็นเรื่องของสุขภาพในช่องปากได้  กลิ่นปากสะท้อนบุคลิกภาพได้ กลิ่นที่สะอาดสดชื่นทำให้มีความมั่นใจในการพูดคุย การยิ้มแย้มอย่างเปิดเผย อย่างไรก็ตามกลิ่นปากนี้สามารถถูกขจัดและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ หากเรารู้สาเหตุที่ทำให้เกิด

สาเหตุของกลิ่นปาก

  1. การดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากที่ไม่ดีพอหรือผิดวิธี อาหารตกค้างเกิดกลิ่นเน่าบูดและก่อให้เกิดกลิ่นปากขึ้นมา รวมถึงคราบอาหารจุลินทรีย์ที่ตกค้างเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ซึ่งจะสะสมตามรอยหยักของลิ้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของกินปาก
  2. การมีฟันผุ ฟันผุที่เป็นหลุมแล้วมีเศษอาหารติด เมื่อมีการสะสมจึงเกิดการบูดเน่าและกำจัดออกไม่ได้ จึงส่งกลิ่นออกมาตลอดเวลา หากลุกลามจนมีการติดเชื้อมีหนองในตัวฟัน เกิดการอักเสบในช่องปากย่อมเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน
  3. โรคเหงือกและปริทันต์อักเสบ เกิดจากการสะสมของคราบอาหารจุลินทรีย์และมีหินปูนมาเกาะรอบ ๆ ตัวฟันมีการอักเสบของเหงือก มีการทำลายของเนื้อเยื่อรอบตัวฟัน เกิดหนองมีอาการฟันโยกคลอน เหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน

วิธีการรักษาและการป้องกัน

  1. การรักษาปากให้สะอาด ต้องเริ่มที่การแปรงฟัน แปรงลิ้น ใช้ใหมขัดฟัน อย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของอาหารและคราบจุลินทรีย์อันจะก่อให้เกิดโรคฟันผุและเหงือกอักเสบได้
  2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ลูกอม สเปย์พ่นปาก ช่วยลดการเกิดกลิ่นปากได้จริงหรือ
  3. การตรวจช่องปากโดยทันตแพทย์ ควรมีการให้คุณหมอตรวจ ทุกๆ 6 เดือน หากมีฟันผุก็ควรได้รับการอุดฟัน การขูดหินปูน ขัดทำความสะอาดช่องปาก หรือการจัดฟันเพื่อช่วยให้การเรียงตัวของฟันดีเป็นระเบียบทำให้สะดวกต่อการทำความสะอาด ลดการหมักหมมของเศษอาหาร กลิ่นปากก็จะหายไป

 

   

    ยาสีฟัน สมุนไพรเข้มข้น มีคุณสมบัติที่ดีต่อช่องปาก

    ปกป้องอย่างเป็นธรรมชาติถึง 5 ประการ

    1.ช่วยให้ปากและฟันสะอาด เย็นสดชื่น

    2.ลดการสะสมของคราบพลัค คราบหินปูน

    3.ช่วยดูแลเหงือกและฟัน

    4.ป้องกันฟันผุ ช่วยให้ฟันแข็งแรง

    5.มีสมุนไพรเข้มข้น 10 ชนิด

   ดูแลปัญหาสุขภาพเหงือกและฟัน

    ลดคราบพลัค คราบหินปูน ชา กาแฟ บุหรี่

    ลดกลิ่นปาก ลมหายใจสดชื่นยาวนาน

    คุ้มค่า เมื่อใช้ปริมาณยาสีฟันเท่าเมล็ดถั่วเขียว

   3 สูตร เลือกให้เหมาะกับคุณ
       - สูตรดั้งเดิม 
    ใช้ง่าย รสชาติดีด้วยอินทผาลัมจากฝรั่งเศส
       - สูตรซุปเปอร์คูลแอนด์เฟรช 
    สดชื่นเต็มพลัง ด้วยน้ำมันสเปียร์มินท์จากอังกฤษ
       - สูตรเกลือ 
    ผสานคุณค่าจากเกลือ ช่วยลดอาการเสียวฟัน 

 

การนวดคืออะไร? 
การถูและนวดกล้ามเนื้อและข้อต่อของร่างกายด้วยมือโดยเฉพาะเพื่อบรรเทาความตึงเครียดหรือความเจ็บปวด 

นวดแล้วดียังไง?
การนวดช่วยลดความตึงเครียดในผิวหนังและเชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อให้เลือดเข้าถึงผิวหนังได้ง่ายขึ้น การขยายของเส้นเลือดฝอยที่ผิวจะทำให้ผิวของคุณเปล่งปลั่งสุขภาพดีเมื่อเลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น ปรับปรุงสีและโทนสี 

ลดความเครียดและเพิ่มการผ่อนคลาย 
การนวดช่วยลดความเครียดด้วยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนในร่างกาย การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยการเพิ่มอุณหภูมิและการไหลเวียนโลหิต อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะถูกกระตุ้นโดยการเสียดสีกับผิวหนัง การไหลเวียนที่เพิ่มขึ้นส่งเลือดไปยังกล้ามเนื้อมากขึ้น ขจัดของเสียและบรรเทาความตึงเครียด 

ลดอาการปวดและปวดกล้ามเนื้อและความตึงเครียด 
การนวดสามารถช่วยในการรักษาเส้นใยที่เสียหายโดยการเพิ่มการไหลเวียนโลหิต การไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มออกซิเจนและสารอาหารไปยังพื้นที่ การเพิ่มออกซิเจนและสารอาหารสามารถช่วยซ่อมแซมเส้นใย ลดการอักเสบและความเจ็บปวด การนวดช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการปวดกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย 

ปรับปรุงการไหลเวียนพลังงานและความตื่นตัว 
การนวดขัดจังหวะรูปแบบการกระตุ้นความเครียดและช่วยฟื้นฟูร่างกายให้อยู่ในสภาพที่สมดุล ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเครียดทางจิตใจจากจิตใจ และช่วยให้คุณทุ่มเทพลังงานให้กับการคิดและทำงานสำคัญๆ ให้เสร็จลุล่วง 

ลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต 
เมื่อการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและความดันโลหิตลดลง อัตราการเต้นของหัวใจก็เริ่มช้าลงเช่นกัน หลังจากการนวดที่ได้ผลดีแล้ว หัวใจก็จะกดดันให้หมุนเวียนเลือดไปทั่วร่างกายน้อยลง การคลายความตึงเครียดนี้ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือด 

ปรับปรุงการทำงานของภูมิคุ้มกัน การนวดสามารถเพิ่มระดับของลิมโฟไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับสารอันตรายในร่างกาย เนื่องจากจะเพิ่มการไหลเวียนและการไหลเวียนของน้ำเหลือง ซึ่งจะช่วยเคลื่อนย้ายสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพไปทั่วร่างกายและกรองของเสียจากการเผาผลาญ 

 

       

  การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับนวดผิวพรรณ
การนวดตัว เราจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าและเหมาะกับสภาพผิว ดังนี้คะ

  1. ครีม หรือครีมบัตเตอร์ครีม ซึ่งให้ความชุ่มชื่นผิวได้ดี เนื้อครีมละเอียด เนื้อหนัก ทำให้นวดได้นานขึ้น ซึมผิวได้ดี แล้วไม่ทิ้งคราบเหนียวเหนอะหนะ นวดแล้วไม่ต้องล้างออก
  2. น้ำมันจากธรรมชาติ เป็นน้ำมันใส เนื้อบางเบา นวดผิวได้นาน เนื้อซึมเข้าผิวได้ดี ไม่ทิ้งคราบมันและคราบเหนียวเนอะหนะ นวดแล้วไม่ต้องล้างออก

    แคร์บิว มิลค์กี้ มาสสาส บัตเตอร์

ครีมน้ำมันนวดตัว ชนิดเข้มข้น เพื่อผิวเนียนใส ไม่เหนอะผิว

  • ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และความเครียด
  • ช่วยบำรุงผิว ให้เนียนนุ่ม
  • สำหรับคนที่ผิวแห้ง ต้องการดูแลเป็นพิเศษ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
  • กลิ่นดอกโมก
  • กลิ่นมะพร้าว

         แคร์บิว บอดี้ มาสสาจ ออยล์
เป็นนำมันที่สกัดจากธรรมชาติ และบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิว นุ่ม ชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน ไม่ต้องล้างออก ซึมเร็ว

มีหลายกลิ่นให้เลือก

  • มะพร้าว
  • ตะไคร้หอม
  • มะลิ
  • ลาเวนเดอร์
  • ดอกโมก
  • เปปเปอร์มินท์
  • ราชาวดี
  • น้ำนมข้าว
  • กุหลาบ
  • โรสแมรี่
  • สปา รีเฟรชชิ่ง
  • ไม่มีกลิ่น

     

          

 

ขัดผิว ทำให้ผิวดีขึ้นได้อย่างไร?

#เซลล์ผิวตาย  #การผลัดเซลล์ผิว

รู้ไหมว่าเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเกิดจากการผลัดเซลล์ผิวออกประมาณหนึ่งล้านเซลล์ต่อวัน ถ้าหากเซลล์ผิวที่ตายแล้วมีมากจนเกินควบคุม จะทำให้ผิวของเราดูชรา ดูหมอง ดูหยาบกร้าน ไม่สดใสการซึมของสกินแคร์ก็ทำงานได้ไม่ดี คือบำรุงผิวด้วยโลชั่นแพงแค่ไหนก็ไม่เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

เรามาทำการรู้จักกับผิวหนังของเรากันเถอะ

เซลล์ผิวชั้นบนสุดหรือชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นเซลล์ที่มีการเกิดใหม่ และตายลอกหลุดออกไปจากร่างกายตลอดเวลา ประกอบไปด้วยเคราตินกว่า 80%

และเมื่อเซลล์หมดอายุ เอนไซม์ตามธรรมชาติบนผิว จะมาทำลายโดยอัตโนมัติและหลุดออกเป็นขี้ไคล เซลล์เกิดใหม่จากด้านล่างซึ่งมีความอวบอิ่มกว่า สวยงามกว่า ชุ่มชื้นกว่า ก็จะเลื่อนขึ้นมาแทนที่ หากวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติของเรามีประสิทธิภาพ ตรงเวลา ผิวเราก็จะสวยงามอยู่เสมอ

เเล้วทำไมเราต้องผลัดเซลล์ผิวล่ะ

เพราะเป็นการทำให้ เซลล์ผิวที่หมดอายุไปแล้ว หลุดออกไป เซลเกิดใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งในการผลัดเซลล์ผิวนั้น มี 2 วิธีหลัก ๆ

o    ขัดถูผิว (Physical) - เป็นการจัดการเซลล์ผิวเก่าด้วยวิธีการสครับผิว ขัดด้วยใยขัดผิว ซึ่งสามารถทำเองได้ เเต่ในบางครั้งหรือคนที่ไม่ชำนาญสามารถทำให้เกิดแผล หรือผิวหน้าระคายเคืองได้

o    นวดหรือทาผิวด้วยสาร (Chemical) - เป็นการจัดการเซลล์ผิวเก่าด้วยวิธีการใช้กรดหรือสารที่มีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิว

 อย่าเพิ่ง ท้อใจนะสำหรับ FC ของ แคร์บิว  วันนี้ เราสรุปสูตรในการขัดผิว ให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละแบบมาให้แล้วละ ตามกันเลย

แจกสูตรขัดผิว แบบออร่า เร่งด่วน ราคาหลักร้อย ได้ผิวหลักล้าน

 

   สูตรที่1        “กู้ผิวหมองคล้ำ”

   -  แคร์บิว เกลือสปา สูตรมะขาม 4 ช้อนโต๊ะ

   -  แคร์บิว เกลือสปา สูตรโยเกริ์ต 4 ช้อนโต๊ะ

   -  แคร์บิว บอดี้ โลชั่น ไวท์เท่นนิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ

 วิธีใช้  นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมลงในถ้วย แล้วขัดให้ทั่วผิวกายที่เปียกชุ่มน้ำ  โดยนวดคลึงเป็นวงกลม บริเวณผิวกายที่ต้องการ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

 

   สูตรที่2      “กู้ผิวขาดน้ำ”
 
    - ดีย่า เกลือสปา สูตรแคนดี้ พีช 4 ช้อนโต๊ะ

    - ดีย่า ชาวเวอร์เจล สูตรแคนดี้ พีช 2 ช้อนโต๊ะ

    - ดีย่า HYA เซรั่ม 1 ซอง

    - ดีย่า บอดี้ โลชั่น สูตรซากุระคอลลาเจน 4 ช้อนโต๊ะ

    วิธีใช้  นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมลงในถ้วยแล้วขัดให้ทั่วผิวกายที่เปียกชุ่มน้ำ โดยนวดคลึงเป็นวงกลม บริเวณผิวกายที่ต้องการ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

 

      สูตรที่3        “กู้ผิวหยาบกร้าน”

       - ดีย่า เกลือสปา สูตรแคนดี้ เลม่อน 4 ช้อนโต๊ะ

       - ดีย่า ชาวเวอร์เจล สูตรแคนดี้ เลม่อน 2 ช้อนโต๊ะ

       - ดีย่า HYA เซรั่ม 1 ซอง

       - ดีย่า บอดี้ โลชั่น สูตรเกรป  4 ช้อนโต๊ะ

   วิธีใช้  นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมลงในถ้วย แล้วขัดให้ทั่วผิวกายที่เปียกชุ่มน้ำ  โดยนวดคลึงเป็นวงกลม บริเวณผิวกายที่ต้องการ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

 

   สูตรที่4        “สูตรสิวสยบ เพิ่มผิวเนียน”

     -  แคร์บิว เกลือสปา สูตรขมิ้น 4 ช้อนโต๊ะ

     -  แคร์บิว  มิลค์กี้ วิตามินอี อโลเวล่า บอดี้ ครีม 4 ช้อนโต๊ะ

     -  แคร์บิว มิลค์กี้ วิตามินอี อโลเวล่า ชาวเวอร์เจล 4 ช้อนโต๊ะ

  วิธีใช้  นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมลงในถ้วย แล้วขัดให้ทั่วผิวกายที่เปียกชุ่มน้ำ  โดยนวดคลึงเป็นวงกลม บริเวณผิวกายที่ต้องการ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

 

 

     สูตรที่5       “สูตรดีท็อกซ์ผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่”

        - บิวตี้เนเจอร์ เกลือสปา สูตรกาแฟ  2 ช้อนโต๊ะ

        - บิวตี้เนเจอร์ เกลือสปา สูตรสเนล  2 ช้อนโต๊ะ

        - แคร์บิว  มิลค์กี้ วิตามินอี สตอรเบอร์รี่ บอดี้ ครีม 2 ช้อนโต๊ะ

        - แคร์บิว มิลค์กี้ วิตามินอี สตอรเบอร์รี่ ชาวเวอร์เจล 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีใช้  นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมลงในถ้วย แล้วขัดให้ทั่วผิวกายที่เปียกชุ่มน้ำ  โดยนวดคลึงเป็นวงกลม บริเวณผิวกายที่ต้องการ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง